ข้อสรุปทางวิชาการ เรื่อง ผลกระทบของการใช้อะมัลกัมที่มีต่อสุขภาพ

รายละเอียด

บทสรุป

พิษของสารปรอทขึ้นกับลักษณะรูปแบบ วิธีการ และปริมาณที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย การลดการใช้สารปรอทเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติทั้งในด้านการลดการรับเข้าสู่ร่างกาย และลดผลต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี จนถึงปัจจุบัน ยังไม่สามารถหาข้อสรุปและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เด่นชัดหนักแน่นและเป็นที่ยอมรับได้ว่าอะมัลกัมส่งผลเสียต่อสุขภาพ การใช้วัสดุอะมัลกัมบูรณะฟันไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ต่อสุขภาพ หรือผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ทางร่างกายต่อผู้ป่วย มีการพบการตอบสนองเฉพาะที่ (local adverse effects) ได้บ้างแต่ไม่มากนัก และสามารถจัดการรักษาได้โดยไม่ยุ่งยาก

ในกลุ่มสตรีมีครรภ์และทารก แม้ปรอทจะสามารถผ่านแนวกั้นระหว่างเลือดและสมอง รวมถึงรกได้ หลักฐานจากการศึกษาที่มี ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับสารปรอทจากอะมัลกัมกับการเกิดผลข้างเคียงระหว่างตั้งครรภ์และน้ำหนักแรกคลอดของทารก รวมถึงไม่พบผลกระทบต่อทารกจากการได้รับนมมารดาที่มีวัสดุอะมัลกัมในช่องปาก สำหรับการศึกษาทางคลินิกในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีที่มีวัสดุอุดอะมัลกัมในช่องปากมีไม่มากนัก และไม่พบผลกระทบต่อพัฒนาการ การทำงานของสมองและระบบประสาทจากการได้รับปรอทจากวัสดุอะมัลกัม ส่วนในกลุ่มประชากรเด็กที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไปที่มีวัสดุอะมัลกัมในช่องปาก ปริมาณปรอทที่วัดได้อยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ อย่างไรก็ดี หากสตรีมีครรภ์จำเป็นต้องรับการบูรณะฟัน ทันตแพทย์ควรเลือกวิธีการและวัสดุในการบูรณะฟัน โดยพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ประวัติสุขภาพ ได้แก่ ความดัน การทำงานของไต อายุของครรภ์ ประวัติการแพ้อะมัลกัม/วัสดุ/สารเคมี เป็นต้น ส่วนการบูรณะฟันในเด็กควรพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ประวัติสุขภาพ ชนิดของฟัน (ฟันน้ำนม หรือ ฟันแท้) ระยะเวลาที่ฟันจะคงอยู่ในช่องปาก จำนวนฟันที่ต้องรักษา เป็นต้น ดังนั้น การบูรณะฟันในสตรีมีครรภ์และเด็ก ทันตแพทย์สามารถใช้ทันตวัสดุ ทั้งอะมัลกัมหรือวัสดุทางเลือกตามข้อบ่งชี้ โดยทันตแพทย์ควรแจ้งผลดี ผลเสีย และผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของวัสดุที่จะใช้ในการรัษา เพื่อให้สตรีมีครรภ์และผู้ปกครองพิจารณา

ในส่วนของทันตบุคคลากร เป็นที่ยอมรับว่าได้รับสารปรอทมากกว่าคนทั่วไปเพราะเป็นการได้รับต่อเนื่องจากสายอาชีพ อย่างไรก็ดี การรายงานเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่ได้พบว่ามีความแตกต่างไปจากประชากรทั่วไป มาตรการระมัดระวังการใช้สารปรอทที่ใช้ในผู้ป่วย ก็ควรนำมาใช้กับทันตบุคคลากรด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดการสารปรอทในการบูรณะฟัน รวมตั้งแต่การจัดเก็บ การจัดเตรียม ระหว่างขั้นตอนการบูรณะ การจัดการขยะอะมัลกัม และขั้นตอนการรื้ออะมัลกัมต้องทำอย่างระมัดระวังในผู้ป่วยทุกคน เช่น ต้องใส่แผ่นยางกันน้ำลาย ใช้ water coolant และ high power suction เป็นต้น

การลดการใช้สารปรอทลงเพื่อตอบสนองต่ออนุสัญญามินามาตะเป็นการช่วยลดสารปรอทเข้าสู่สิ่งแวดล้อม